รู้หรือไม่ ปัญหาโช้คอัพรถยนต์อันตรายกว่าที่คุณคิด



รู้หรือไม่ปัญหาโช้คอัพรถยนต์อันตรายกว่า

โช้คอัพรถยนต์ เป็นชิ้นส่วนสำคัญที่มีผลต่อการขับขี่เป็นอย่างมาก เพราะโช้คอัพจะช่วยให้การขับรถเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย และยังเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยรองรับแรงกระแทกของตัวถังรถ ลดแรงสั่นสะเทือนของรถ ทั้งยังช่วยหน่วงน้ำหนักในการเคลื่อนที่ขึ้น-ลงให้กับรถยนต์ทั้งคันอีกด้วย ซึ่งหากโช้คอัพของรถยนต์เสีย จะทำให้การขับขี่ไม่นุ่มนวล รู้สึกแข็งกระด้างเวลาขับรถผ่านหลุม เนิน หรือลูกระนาด อีกทั้งยังทำให้รถยนต์เสียศูนย์เมื่อใช้ความเร็ว และมีอาการโคลงเคลงเวลาเลี้ยวโค้ง และยังทำให้ควบคุมรถได้ยากด้วย ในวันนี้ทาง 
เรา ที.อาร์.คาร์ จะพาทุกคนไปทำความรู้จักเรื่องโช้คอัพกันให้มากขึ้น รวมไปถึงปัญหาต่าง ๆ ที่อาจเกิดได้หากโช้คอัพมีปัญหา ซึ่งจะมีอะไรบ้างไปดูกันดีกว่า

สัญญาณว่าโช้คอัพเริ่มมีปัญหา
สำหรับคนที่กังวลเรื่องโช้คอัพพังสามารถเช็กได้ตามอาหารดังนี้ค่ะ
1.ลองกดรถยนต์ด้านหน้าแล้วปล่อย ถ้ารถยนต์มีอาการเด้งขึ้นลงหลายๆครั้งแสดงว่าโช้คอัพเสื่อมสภาพแล้ว โช้คอัพที่ดีเมื่อออกแรงกดจะยุบตัว และคืนตัวเป็นระดับปกติทันทีโดยไม่มีการเด้งขึ้น ลงหลายครั้ง
2.สังเกตรอยรั่วของน้ำมัน โดยตรวจเช็คบริเวณซีลโช้คอัพ ถ้ามีคราบน้ำมันเปรอะเปื้อนบริเวณแกนโช้คอัพ แสดงว่ามีการรั่วซึมเกิดขึ้น
3.ตัวโช้คอัพเกิดรอยบุบ มีการบิดเบี้ยวของกระบอกโช้ค หรือแกนโช้คมีอาการคดงอ
4.บริเวณหน้ายางของรถยนต์สึกไม่สม่ำเสมอเป็นบั้ง ทั้งที่ตั้งศูนย์ล้อถูกต้องแล้ว
5.หลังจากใช้งาน เมื่อจอดรถให้ใช้มือสอดเข้าไปสัมผัสกับกระบอกโช้คอัพทันที ถ้ากระบอกโช้คอัพมีความร้อน แสดงว่าโช้คอัพยังสามารถใช้งานได้อยู่ แต่ถ้าสัมผัสแล้วกระบอกโช้คอัพมีอุณหภูมิปกติ แสดงว่าโช้คอัพไม่มีการทำงาน
6.ขณะเริ่มออกตัวโดยใช้ความเร็วปกติ ถ้าหน้ารถเชิดขึ้น และขณะเบรกที่ความเร็วต่ำหน้ารถทิ่มลง แสดงว่าโช้คอัพเริ่มเสื่อมสภาพแล้ว
7.มีอาการกระเด้งกระดอนขึ้นลง เมื่อรถวิ่งผ่านเนินเล็ก ๆ หรือคอสะพาน ขณะขับขี่นั้นมีความรู้สึกว่ารถยนต์สั่นไม่นิ่มนวล
8.เมื่อรถวิ่งความเร็วสูง (80กม./ชม.) เมื่อถูกลมปะทะด้านข้าง รถจะเสียการทรงตัวไปจากทิศเดิมมากผิด

ถ้าโช้คอัพพังจะเกิดอะไรขึ้น?
โช้คอัพนั้นเป็นชิ้นส่วนสำคัญของรถยนต์ที่หลาย ๆ คนทราบกันดีว่าช่วยให้การขับรถยนต์นั้นราบรื่น นุ่มนวล ไม่มีการกระเด้งขึ้น – ลง ตามแรงเหวี่ยงของถนน ซึ่งถ้าหากโช้คอัพพังนั้นก็อาจจะทำให้รถยนต์นั้นควบคุมได้ยากมากขึ้น ทำให้การขับรถยนต์มีปัญหา และเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุได้ หากรถยนต์เสียการควบคุมเนื่องจากโช้คอัพมีปัญหา โดยเฉพาะเวลาที่ต้องขับรถเข้าโค้ง รถยนต์จะไม่สามารถทรงตัวได้ดี อีกทั้งยังรวมไปถึงปัญหาน้ำมันรั่วที่ต้องพบเจอบ่อย ๆ เมื่อโช้คอัพมีปัญหาด้วยค่ะ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาดังกล่าว ทางที่ดีควรเลือกใช้โช้คอัพที่มีคุณภาพและควรเปลี่ยนโช้คอัพทุก ๆ 3 ปี หรือสามารถเช็กได้จากระยะทาง โดยเริ่มตั้งแต่ 50,000 – 100,000 กม.ก็สามารถเริ่มพิจารณาถึงการเปลี่ยนโช้คอัพใหม่ได้ หรือสามารถเช็กสภาพการใช้งานของโช้คอัพได้ตั้งแต่ระยะทาง 20,000 กม. ขึ้นไปค่ะ

สาเหตุที่ทำให้โช้คอัพพัง
สำหรับสาเหตุที่ทำให้โช้คอัพพังนั้นมีสาเหตุหลายประการ ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ ส่วนใหญ่นั้นมีต้นเหตุจากสิ่งเหล่านี้การกระแทกอย่างรุนแรง เนื่องจากเมื่อโช้คอัพมีการแตกหรือรั่วซึม โช้คอัพจะไม่สามารถหน่วงการยืดหรือยุบตัวของสปริงได้เมื่อล้อบดทับบน ก้อนกรวดหรือตกหลุมสปริงจะมีการยุบ-ยืดตัว อย่างเต็มที่จนสุดระยะยุบ เป็นผลให้เกิดการกระแทกของชิ้นส่วน
ควบคุมรถยาก เพราะโช้คอัพไม่สามารถควบคุมสปริงได้ ทำให้ช่วงล่างรถยนต์เต้นจนลอยจากพื้นถนน ถ้าเกิดในขณะที่ขับรถเข้าโค้ง แม้ว่าโช้คอัพจะเสียเพียงข้างเดียว ผลที่เกิดขึ้นก็จะทำให้สมดุลการทรงตัวของรถทั้งคันเสียไป เป็นเหตุให้การใช้รถไม่ปลอดภัย
ยางสึกผิดปกติ เป็นอาการหนึ่งที่บ่งบอกได้ว่าเกิดการผิดปกติที่โช้คอัพได้เช่นกัน โดยการสึกจากโช้คอัพชำรุดยางจะมีลักษณะเป็นหลุม ๆ สึกเป็นช่วงๆ
สปริงทรุด การขืนใช้โช้คอัพที่ชำรุดจะทำให้ช่วงล่างทั้งระบบเกิดการสึกหรอตามกันไป โดยเฉพาะสปริง เนื่องจากโช้คอัพไม่สามารถควบคุม ป้องกันการเคลื่อนที่ที่ผิดปกติของสปริงได้

วิธีดูแลรักษาโช้คอัพ
การดูแลรักษาโช้คอัพเป็นวิธีง่าย ๆ ที่จะช่วยให้โช้คอัพของเรามีอายุการใช้งานที่นานขึ้นแถมยังช่วยถนอมโช้คอัพไม่ให้ชำรุดง่ายอีกด้วย ซึ่งมีวิธีดูแลรักษาโช้คอัพง่าย ๆ ดังนี้
ไม่ควรบรรทุกของที่หนักจนรถของเราจะรับไหวหรือหนักจนเกินไป เช่น สัมภาระต่างๆไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้า บางคนคิดว่าเก็บไว้ในรถจะทำให้สะดวกสบาย แต่ของเหล่านี้อาจจะทำให้รถของเราหนักเกินความจำเป็น นอกจากโช๊คอัพจะมีประสิทธิภาพที่ลดน้อยลงแล้วยังทำให้เราเปลืองน้ำมันในการขับรถอีกด้วย เพราะบรรทุกของหนักเกินไปนั่นเอง
ในการขับรถกันเราไม่ควรใช้ความเร็วเกินกว่ากำหนด เพราะจะส่งผลให้ช่วงล่างของรถยนต์ของเรานั้นเสื่อมสภาพได้อย่างรวดเร็ว บางคนเจอลูกระนาด เจอหลุม เหยียบคันเร่งผ่านไปอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่ผ่อนความเร็วรถ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผิดมากๆ ดังนั้นเวลาเจอลูกระนาดเจอหลุมต่างๆเราควรชะลอรถแล้วผ่านไปอย่างนุ่มนวลที่สุดจะช่วยรักษาโช๊คอัพของเราได้ดียิ่งขึ้น
หากการเดินทางไปสถานที่ใกล้ๆเราควรเช็คช่วงล่างและยางลมของเราให้ดี ซึ่งการเช็คนั้นก็เช็คได้ง่ายๆ คือเราลองขับถนนเลียบทางตรงจากนั้นก็สังเกตดูว่าพวงมาลัยของเรานั้นตรงหรือไม่ถ้าหากลงแสดงว่ายังดีอยู่แต่ถ้าหากไม่ตรงก็ต้องไปตั้งศูนย์ใหม่ และถ้าหากขับไปแล้วได้ยินเสียงกุกกักต้องรีบไปแก้ไข และในเรื่องของโช๊คอัพ ถ้าจะต้องตรวจคราบน้ำมันที่บริเวณโช๊คของเราว่ามีการรั่วหรือไม่ เพราะระบบเหล่านี้มีผลต่อรถยนต์ของเราอย่างแน่นอน 
และทั้งหมดนี้ก็เป็นแค่เพียงวิธีแนะนำเบื้องต้นในการดูแลรักษาโช้คอัพเท่านั้น การหมั่นตรวจเช็กเครื่องยนต์บ่อย ๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยถนอมดูแลรถยนต์ให้มีอายุการใช้ที่ยาวนานขึ้น ที่สำคัญถ้าโช้คอัพดี การขับรถยนต์ก็ง่ายและปลอดภัยต่อคนขับเองด้วยค่ะ 
แต่ถ้ากำลังมองหารถมือสองสภาพมือหนึ่งตองมาที่ที.อาร์.คาร์ เพราะทางเรานั้นจะตรวจเช็คช่วงล่างให้ก่อนส่งมอบท่านนั้นหมดปัญหาเรื่องโช้คอัพได้เลย และเรามีการบอกคำแนะนำทุกอย่างที่ท่านสงสัย

#รถมือสอง
#รถมือสองมีนบุรี