คลิกที่นี้เพื่อพิมพ์ข้อความระบ
ถ้าหากเราพบปัญหารถสตาร์ทไม่ติด จากปัญหาแบตเตอรี่หมด อย่างแรกเลยคือต้องหารถที่สามารถสตาร์ทรถได้ตามปกติมาช่วยเป็นผู้จ่ายไฟให้กับรถของเรา จอดรถให้ส่วนของแบตเตอรี่อยู่ใกล้กันมากพอที่สายพ่วงแบตจะต่อกันถึง (อย่าให้รถใกล้กันมากเกิน เปิดฝากระโปรงรถทั้ง 2 คัน ดับเครื่องทั้ง 2 คัน และปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดในรถ จากนั้นให้ทำตามขั้นตอนดังนี้
1. นำสายพ่วงแบต (สีอะไรก็ได้ แต่ต้องจำให้ได้ว่าสายเส้นนั้นใช้กับขั้วไหน) มาหนีบกับรถแบตเตอรี่หมดที่ขั้วบวก
2. นำตัวหนีบอีกด้าน ไปหนีบกับขั้วบวกของรถที่มีแบตเตอรี่
3. นำสายพ่วงแบตอีกเส้น ไปหนีบที่ขั้วลบของรถที่มีแบตเตอรี่
4. นำตัวหนีบอีกด้าน ไปหนีบที่ “เหล็กโครงรถ” เช่น น็อตยึดหัวโช้ค, โครงเหล็กด้านหน้า เป็นต้น (โครงรถ ไม่ใช่ตัวถังรถ) ไม่แนะนำให้หนีบไปกับขั้วลบของรถที่แบตเตอรี่หมด เพราะอาจมีกระแสไฟวิ่งเข้าไปมากเกินไป หรือการช็อตที่หัวของขั้ว จนฟิวส์ในตัวรถบางตัวขาดได้
5. สตาร์ทรถคันที่มีแบตเตอรี่ รอสักครู่
6. สตาร์ทรถคันที่แบตเตอรี่หมดจนติด ถ้าสตาร์ทแล้ว มอเตอร์สตาร์ทไม่หมุน หรือหมุนช้า ให้ตรวจสอบการหนีบที่ขั่วบวกใหม่อีกครั้ง ว่าหนีบแน่นมากพอหรือไม่ ถ้าแน่นมากพอแล้วยังไม่หมุน ให้ลองพ่วงทิ้งไว้สัก 5 นาทีแล้วลองสตาร์ทใหม่ ถ้ายังเป็นเหมือนเดิม ให้ดับรถ แล้วถอดสายออก เนื่องจากตัวแบตเตอรี่ของรถที่แบตเตอรี่หมดน่าจะไม่มีไฟเหลือเลย ต้องใช้วิธีการเปลี่ยนแบตเตอรี่แทน
7. ถ้าสตาร์ทแล้ว มอเตอร์สตาร์ทหมุนปกติ แต่รถสตาร์ทไม่ติด ให้หยุดสตาร์ท เพราะปัญหาน่าจะมาจากจุดอื่น ไม่ใช่จากแบตเตอรี่
8. ถ้าสตาร์ทติดแล้ว ให้ถอดสายพ่วงแบตออก แล้วให้นำรถไปตรวจสอบที่ศูนย์บริการ, อู่รถ หรือที่ร้านแบตเตอรี่ทันที

