ตู้ แอร์รถยนต์ เมื่อใช้งานไปนานๆ ฝุ่นหรือสิ่งสกปรกก็จะเข้าไปสะสมและเกาะตัวเป็นคราบและอุดตันการไหลของลมเย็นที่พัดออกมาสู่ห้องโดยสาร เมื่อความเย็นออกมาไม่เต็มที่ ประกอบกับอากาศภายนอกที่ร้อนระอุ จะทำให้ แอร์รถยนต์ ไม่มีความเย็น
การล้างแอร์มี 2 แบบ คือ
1.การล้างตู้แอร์รถยนต์แบบไม่ถอดตู้
หรือล้างแบบส่องกล้อง โดยทั่วไปแล้วการล้างตู้ แอร์รถยนต์ แบบไม่ถอดตู้จะกำหนดน้ำยาที่ต้องใช้เฉพาะสำหรับการล้างเท่านั้น และการล้างแบบนี้เหมาะกับรถใหม่ รถที่ล้าง แอร์รถยนต์ ปีละ1 ครั้ง หรือเหมาะกับรถที่ดูแลตู้ แอร์รถยนต์ เป็นประจำ
✔️ข้อดี
–ไม่ต้องรื้อคอนโซล
–ทำความสะอาดง่ายกว่า
–ค่าใช้จ่ายถูกกว่าแบบถอดตู้ แอร์รถยนต์
–ใช้เวลาในการทำความสะอาดเร็วกว่าแบบถอดตู้ แอร์รถยนต์
❌ข้อเสีย
–ถ้าหากตู้ แอร์รถยนต์ สกปรกมาก อาจจะล้างไม่สะอาดเท่าที่ควร
2.การล้างตู้แอร์รถยนต์แบบถอดตู้
ต้องรื้อตู้แอร์ แล้วเอาแผงคอยล์เย็นและแผงคอยล์ร้อนออกมาล้างสิ่งสกปรกตามซอกตามมุม ซึ่งการถอดตู้ แอร์รถยนต์ แบบนี้ ต้องแวคเติมน้ำยาแอร์ใหม่ และต้องเปลี่ยนไดเออร์กับวาล์วความดัน ถ้าไม่อยากเปลี่ยนท่อแอร์อาจรั่วได้ เพราะเกิดความชื้นเข้าไปอยู่ในระบบจากการถอดตู้ แอร์รถยนต์
✔️ข้อดี
–ทำความสะอาดได้ทุกซอกทุกมุม
–สามารถตรวจสอบหรือเช็คสภาพของตู้ แอร์รถยนต์ ได้
–สามารถประเมินอายุการใช้งานของ แอร์รถยนต์ ได้
❌ข้อเสีย
–ต้องยุ่งยากรื้อคอนโซล
–ใช้เวลาทำความสะอาดนาน
–มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าแบบไม่ถอดตู้ แอร์รถยนต์
➡️ตู้ แอร์รถยนต์ ควรหมั่นดูแลล้างตู้แอร์รถยนต์เป็นประจำ เพื่อไม่ให้คราบฝุ่นหรือสิ่งสกปรกเข้ามาเกาะหรือสะสมเป็นจำนวนมาก สำหรับรถใหม่ ที่มีอายุการใช้งานไม่กี่ปี หรือเป็นรถเก่าที่มีอายุการใช้งานมาหลายปี แต่ยังคงดูแลรักษาระบบแอร์รถยนต์เป็นประจำ แต่ต้องการอยากจะล้างตู้ แอร์รถยนต์ ควรล้างตู้แอร์แบบไม่ต้องถอดตู้ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
แต่ถ้าหากตู้ แอร์รถยนต์ ไม่เคยล้างเลยเป็นระยะเวลานานๆ และมีความสกปรกมาก การถอดตู้ แอร์รถยนต์ ออกมาล้าง ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะจะเห็นได้ว่าการถอดตู้ แอร์รถยนต์ สามารถฉีดน้ำทำความสะอาดได้ทุกซอกทุกมุม และเห็นว่า แอร์รถยนต์ สะอาดจริงๆ
