รถน้ำท่วม 5 ระดับ ค่าซ่อมเท่าไหร่? เช็กแนวทาง คปภ. ก่อนเคลมประกัน

รถน้ำท่วม 5 ระดับ พร้อมระดับความเสียหายและค่าซ่อมรถน้ำท่วมโดยประมาณ

รถน้ำท่วม เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่สร้างความเสียหายกับรถยนต์ได้มากกว่าที่หลายคนคิด เพราะแม้น้ำจะเข้ารถเพียงเล็กน้อย ก็อาจกระทบพรม สายไฟ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือระบบควบคุมต่าง ๆ ได้ การรู้ว่ารถของเราถูกน้ำท่วมอยู่ในระดับใด จึงช่วยให้ประเมินความเสียหายเบื้องต้นและเตรียมข้อมูลสำหรับแจ้งบริษัทประกันได้ง่ายขึ้น

โดยทั่วไปสามารถแบ่งระดับความเสียหายของ รถน้ำท่วม ออกเป็น 5 ระดับ ตั้งแต่น้ำเข้าถึงพื้นรถ ไปจนถึงรถจมน้ำทั้งคัน ซึ่งแต่ละระดับมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมแตกต่างกัน

รถน้ำท่วมระดับ A: น้ำท่วมถึงพรมพื้นรถยนต์

ระดับ A คือ น้ำเข้ามาถึงบริเวณพื้นรถและพรมภายในห้องโดยสาร ความเสียหายส่วนใหญ่มักเกี่ยวข้องกับพรม วัสดุซับเสียง และความชื้นภายในรถ ค่าซ่อมโดยประมาณ 8,000–10,000 บาท การซ่อมส่วนใหญ่จะเน้นการถอดพรม ทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ และอบแห้ง อย่างไรก็ตาม รถบางรุ่นอาจมีสายไฟหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อยู่ใต้พื้นรถ จึงควรให้ช่างตรวจสอบก่อนนำกลับมาใช้งาน

รถน้ำท่วมระดับ B: น้ำท่วมถึงเบาะนั่ง

หากระดับน้ำสูงถึงฐานเบาะหรือเบาะนั่ง ความเสียหายอาจเริ่มกระทบชุดสายไฟ ขั้วต่อ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ติดตั้งอยู่ใต้เบาะ ค่าซ่อมโดยประมาณ 15,000–20,000 บาท นอกจากทำความสะอาดภายในแล้ว ควรตรวจระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ใต้เบาะอย่างละเอียด เพื่อป้องกันปัญหาไฟฟ้าลัดวงจรหรือความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง

รถน้ำท่วมระดับ C: น้ำถึงส่วนล่างของคอนโซลหน้า

เมื่อระดับน้ำสูงขึ้นถึงบริเวณด้านล่างของคอนโซลหน้า ความเสียหายจะเริ่มมีความซับซ้อนมากขึ้น เพราะบริเวณนี้อาจมีสายไฟ เซ็นเซอร์ และชุดควบคุมระบบต่าง ๆ ของรถ ค่าซ่อมโดยประมาณ 25,000–30,000 บาท ค่าใช้จ่ายจริงอาจสูงหรือต่ำกว่านี้ขึ้นอยู่กับรุ่นรถ ระยะเวลาที่รถจมน้ำ และจำนวนอุปกรณ์ที่ได้รับความเสียหาย

รถน้ำท่วมระดับ D: น้ำถึงส่วนบนของคอนโซลหน้า

ระดับ D ถือว่าเป็นความเสียหายค่อนข้างรุนแรง น้ำเข้าถึงพื้นที่ส่วนใหญ่ของห้องโดยสารและอาจส่งผลต่อระบบอิเล็กทรอนิกส์หลายจุด ค่าซ่อมเริ่มต้นประมาณ 30,000 บาทขึ้นไป ในรถยนต์รุ่นใหม่ที่มีระบบอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก ค่าใช้จ่ายอาจเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก จึงควรรอให้บริษัทประกันและอู่ตรวจสอบก่อนตัดสินใจซ่อม

รถน้ำท่วมระดับ E: รถจมน้ำทั้งคัน

ระดับ E คือกรณีที่รถถูกน้ำท่วมสูงจนเกือบหรือมิดหลังคา ซึ่งมีโอกาสกระทบทั้งเครื่องยนต์ ระบบไฟฟ้า ระบบควบคุม และอุปกรณ์ภายในรถจำนวนมาก กรณีนี้บริษัทประกันภัยจะประเมินว่ารถสามารถซ่อมกลับคืนสู่สภาพเดิมได้หรือไม่ หากความเสียหายเข้าเกณฑ์ เสียหายสิ้นเชิง (Total Loss) บริษัทประกันจะพิจารณาการจ่ายสินไหมตามเงื่อนไขและทุนประกันที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ สามารถศึกษาข้อมูลด้านการประกันภัยเพิ่มเติมได้จาก สำนักงาน คปภ.

รถน้ำท่วมแล้วควรทำอย่างไร?

หากพบว่ารถถูกน้ำท่วม สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่ารีบสตาร์ทรถ โดยเฉพาะกรณีที่ระดับน้ำสูงถึงเครื่องยนต์หรือภายในห้องโดยสาร เพราะอาจทำให้เกิดความเสียหายเพิ่มขึ้น ควรถ่ายภาพรถและระดับน้ำไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นติดต่อบริษัทประกันภัยให้เร็วที่สุด พร้อมแจ้งเลขกรมธรรม์ ทะเบียนรถ สถานที่เกิดเหตุ และรายละเอียดเบื้องต้น หลังจากนั้นควรใช้รถสไลด์นำรถไปยังอู่หรือศูนย์บริการเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด

หากกำลังมองหาข้อมูลเกี่ยวกับรถมือสอง หรืออยากตรวจสอบรถก่อนตัดสินใจซื้อ สามารถดูรถและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ TR CARS รถมือสอง

สรุป รถน้ำท่วมแต่ละระดับเสียหายไม่เท่ากัน

รถน้ำท่วม ตั้งแต่ระดับ A ถึงระดับ E มีความเสียหายแตกต่างกัน ตั้งแต่น้ำเข้าพรมเพียงเล็กน้อย ไปจนถึงรถจมน้ำทั้งคัน การประเมินระดับน้ำช่วยให้เจ้าของรถเข้าใจสถานการณ์เบื้องต้นได้ แต่ค่าซ่อมจริงยังขึ้นอยู่กับรุ่นรถ ระยะเวลาที่จมน้ำ ระบบไฟฟ้า และชิ้นส่วนที่ได้รับผลกระทบ

ดังนั้น หลังรถถูกน้ำท่วมไม่ควรทดลองสตาร์ทเอง ควรถ่ายหลักฐาน ติดต่อบริษัทประกัน และนำรถเข้าตรวจโดยผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจซ่อมทุกครั้ง

หมายเหตุ: ราคาค่าซ่อมที่ระบุเป็นเพียงการประเมินเบื้องต้น ค่าใช้จ่ายจริงอาจแตกต่างกันตามรุ่นรถ สภาพความเสียหาย อู่ซ่อม และเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัย

โทร 089-443-3774 LINE Facebook
ติดต่อเรา