คนที่กำลังมองหา Nissan Kicks e-POWER มือสอง มักมีคำถามคล้ายกันว่า “รถรุ่นนี้ประหยัดจริงไหม?” เพราะแม้ชื่อ e-POWER จะให้ความรู้สึกเหมือนรถยนต์ไฟฟ้า แต่จริง ๆ แล้วรถยังต้องเติมน้ำมัน เพียงแต่รูปแบบการทำงานต่างจากรถเบนซินทั่วไปอย่างชัดเจน
จุดเด่นของ Nissan Kicks e-POWER คือ ล้อถูกขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ส่วนเครื่องยนต์เบนซินทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้า ส่งไปยังแบตเตอรี่และมอเตอร์ ผู้ขับจึงได้ลักษณะการตอบสนองใกล้เคียงรถไฟฟ้า แต่ไม่จำเป็นต้องเสียบปลั๊กชาร์จเหมือนรถ EV
แล้วเมื่อใช้งานจริง Nissan Kicks e-POWER กินน้ำมันแค่ไหน? คำตอบคือ รูปแบบการขับมีผลค่อนข้างมาก โดยเฉพาะความแตกต่างระหว่างการใช้งานในเมืองกับการขับทางไกล
Nissan Kicks e-POWER ทำงานอย่างไร ทำไมถึงประหยัดในเมือง?
ระบบ e-POWER ของ Nissan แตกต่างจากรถยนต์เบนซินทั่วไปตรงที่เครื่องยนต์ไม่ได้เป็นตัวขับล้อโดยตรง หน้าที่หลักของเครื่องยนต์คือผลิตกระแสไฟฟ้า ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้าจะเป็นตัวสร้างแรงขับเคลื่อนรถ
ข้อดีคือเวลาขับในเมืองที่มีการเร่ง ชะลอ และหยุดบ่อย มอเตอร์ไฟฟ้าสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และระบบยังสามารถนำพลังงานบางส่วนจากการชะลอรถกลับไปเก็บในแบตเตอรี่ผ่านระบบ Regenerative Braking
นอกจากนี้ยังมีระบบ e-Pedal Step ที่ช่วยให้ผู้ขับควบคุมการเร่งและชะลอรถด้วยคันเร่งได้มากขึ้น จึงเหมาะกับสภาพการจราจรในเมืองที่ต้องเร่งและผ่อนคันเร่งอยู่บ่อยครั้ง
Nissan Kicks e-POWER กินน้ำมันจริงไหม?
ถ้าถามแบบสั้นที่สุด คำตอบคือ กินน้ำมัน แต่มีจุดเด่นด้านความประหยัดโดยเฉพาะการขับในเมือง
Nissan ระบุอัตราสิ้นเปลืองของ Kicks e-POWER รุ่นปัจจุบันไว้ที่ประมาณ 25 กิโลเมตร/ลิตร สำหรับการใช้งานในเมือง ตามมาตรฐาน NEDC อย่างไรก็ตาม ตัวเลขมาตรฐานจากห้องทดสอบไม่ควรถูกตีความว่าเป็นตัวเลขที่รถทุกคันจะทำได้เหมือนกัน เพราะน้ำหนักบรรทุก การจราจร ความเร็ว ลมยาง และลักษณะการขับมีผลต่ออัตราสิ้นเปลืองทั้งหมด
ขับในเมือง ประหยัดกว่าที่หลายคนคิด
สภาพการจราจรแบบขับ ๆ หยุด ๆ ถือเป็นจังหวะที่ระบบ e-POWER แสดงข้อดีได้ค่อนข้างชัด เพราะรถสามารถใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ในการขับเคลื่อน และเก็บพลังงานกลับระหว่างการชะลอรถ
ต่างจากรถเครื่องยนต์ทั่วไปที่มักเสียเปรียบเมื่อเจอการจราจรติดขัด ดังนั้น ผู้ที่ใช้รถเดินทางไปทำงานในเมือง เจอไฟแดงบ่อย หรือวิ่งเส้นทางที่มีการชะลอและออกตัวอยู่ตลอด จึงเป็นกลุ่มที่สามารถเห็นข้อดีของระบบนี้ได้ชัดเจน
แล้วขับทางไกลกินน้ำมันไหม?
เมื่อวิ่งทางไกลด้วยความเร็วคงที่ ระบบจะต้องใช้พลังงานต่อเนื่องมากขึ้น และเครื่องยนต์จะทำงานเพื่อผลิตไฟฟ้าบ่อยขึ้น จึงทำให้อัตราสิ้นเปลืองไม่ได้โดดเด่นเท่าการใช้งานในเมือง
ผลทดสอบของ HeadLight Magazine กับ Nissan Kicks e-POWER รุ่นปี 2022 โดยวิ่งเฉลี่ยประมาณ 110 กม./ชม. เปิดเครื่องปรับอากาศและมีผู้โดยสาร 2 คน ได้อัตราสิ้นเปลืองประมาณ 19.04 กม./ลิตร ขณะที่รถรุ่นปี 2020 ในเงื่อนไขทดสอบใกล้เคียงกันทำได้ประมาณ 17.57 กม./ลิตร
แม้แต่ Kicks e-POWER รุ่นปรับปรุงปี 2026 เมื่อนำมาทดสอบที่ความเร็วเฉลี่ยประมาณ 110 กม./ชม. ก็ทำได้ประมาณ 19.16 กม./ลิตร สะท้อนให้เห็นธรรมชาติของระบบว่า หากขับทางไกลด้วยความเร็วสูงต่อเนื่อง ตัวเลขจะต่างจากการทดสอบในเมืองพอสมควร
| รูปแบบการใช้งาน | อัตราสิ้นเปลืองอ้างอิง | ลักษณะเด่น |
| ในเมือง | สูงสุดประมาณ 25 กม./ลิตรตามมาตรฐาน NEDC ของรุ่นปัจจุบัน | เหมาะกับการเร่ง-ชะลอบ่อย |
| ทางไกล รุ่นปี 2020 | ประมาณ 17.57 กม./ลิตร | ทดสอบเฉลี่ย 110 กม./ชม. |
| ทางไกล รุ่นปี 2022 | ประมาณ 19.04 กม./ลิตร | รุ่นปรับปรุงประหยัดขึ้น |
| ทางไกล รุ่นปี 2026 | ประมาณ 19.16 กม./ลิตร | ทดสอบเฉลี่ย 110 กม./ชม. |
หมายเหตุ: ตัวเลขดังกล่าวมาจากรถต่างปีและต่างเงื่อนไขการทดสอบ จึงควรใช้เป็นข้อมูลประกอบ ไม่ใช่ตัวเลขรับประกันการใช้งานจริงของรถทุกคัน
ทำไม Kicks e-POWER ถึงประหยัดในเมืองมากกว่าทางไกล?
หัวใจสำคัญอยู่ที่วิธีสร้างและใช้พลังงาน
เวลารถวิ่งช้า ชะลอ หรือหยุดบ่อย ระบบสามารถบริหารการทำงานของเครื่องยนต์และมอเตอร์ให้เหมาะกับสถานการณ์ รวมถึงดึงพลังงานกลับมาเก็บในแบตเตอรี่ได้บางส่วน
แต่เมื่อขับด้วยความเร็วสูงต่อเนื่อง เช่น 100–120 กม./ชม. รถต้องการพลังงานอย่างต่อเนื่อง เครื่องยนต์จึงต้องทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟมากขึ้น ส่งผลให้ข้อได้เปรียบด้านความประหยัดลดลงเมื่อเทียบกับการใช้งานในเมือง
ดังนั้น ถ้าใช้ Nissan Kicks e-POWER มือสอง ขับไปทำงานในกรุงเทพฯ วิ่งในเมืองเป็นหลัก และมีออกต่างจังหวัดเป็นครั้งคราว ลักษณะการใช้งานแบบนี้ถือว่าสอดคล้องกับจุดเด่นของระบบ e-POWER มากกว่าการใช้รถวิ่งทางหลวงความเร็วสูงตลอดเวลา
ขับ Nissan Kicks e-POWER อย่างไรให้ประหยัดขึ้น?
การประหยัดน้ำมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับระบบของรถเพียงอย่างเดียว การใช้คันเร่งอย่างนุ่มนวลและรักษาความเร็วให้สม่ำเสมอช่วยลดการใช้พลังงานได้ หลีกเลี่ยงการเร่งแรงแล้วเบรกบ่อยโดยไม่จำเป็น และใช้โหมดการขับขี่ให้เหมาะกับเส้นทาง
ในเมือง ผู้ขับสามารถใช้ประโยชน์จาก e-Pedal Step และการชะลอรถเพื่อให้ระบบนำพลังงานบางส่วนกลับมาเก็บในแบตเตอรี่ ส่วนการเดินทางไกล การรักษาความเร็วคงที่และไม่ใช้ความเร็วสูงต่อเนื่องเกินความจำเป็นจะช่วยให้เครื่องยนต์ไม่ต้องผลิตไฟในปริมาณสูงตลอดเวลา
การตรวจลมยางตามค่าที่กำหนด ไม่บรรทุกของหนักเกินความจำเป็น และเข้ารับการบำรุงรักษาตามระยะ ก็มีส่วนช่วยให้อัตราสิ้นเปลืองอยู่ในระดับที่เหมาะสมเช่นกัน
Nissan Kicks e-POWER มือสอง ต้องเช็กอะไรเป็นพิเศษ?
สำหรับคนที่สนใจรถมือสอง นอกจากดูเลขไมล์และสภาพตัวถังแล้ว ควรให้ความสำคัญกับระบบ e-POWER และประวัติการดูแลรักษาด้วย
- ตรวจสอบประวัติเข้าศูนย์และการบำรุงรักษาตามระยะ
- ทดลองขับและตรวจสอบว่าไม่มีไฟเตือนเกี่ยวกับระบบ e-POWER หรือแบตเตอรี่
- ตรวจสอบการทำงานของเครื่องยนต์ มอเตอร์ และการเปลี่ยนจังหวะระหว่างการผลิตไฟว่าทำงานเป็นปกติ
- ตรวจสอบวันที่ส่งมอบรถครั้งแรกและเงื่อนไขการรับประกันที่ยังเหลืออยู่
- รถปี 2022–2023 ควรตรวจสอบ VIN ว่าอยู่ในเซอร์วิสแคมเปญระบบเครื่องปรับอากาศหรือไม่ และดำเนินการแก้ไขเรียบร้อยแล้วหรือยัง
Nissan ประเทศไทยมีเซอร์วิสแคมเปญสำหรับ Kicks รุ่นปี 2022–2023 บางคันที่ผลิตระหว่างวันที่ 8 กรกฎาคม 2022 ถึง 11 พฤษภาคม 2023 เพื่อปรับปรุงระบบเครื่องปรับอากาศ โดยเจ้าของรถสามารถตรวจสอบ VIN และเข้ารับบริการที่ศูนย์ Nissan ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับรถที่อยู่ในข่าย
ในส่วนของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน Nissan ระบุเงื่อนไขการรับประกันรุ่นปัจจุบันไว้ที่ 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และระบุว่าสิทธิ์รับประกันสามารถโอนไปยังเจ้าของรถรายถัดไปได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ซื้อ Nissan Kicks e-POWER มือสอง ควรตรวจสอบวันส่งมอบครั้งแรกและเงื่อนไขของรถแต่ละคันกับ Nissan อีกครั้งก่อนตัดสินใจซื้อ
Nissan Kicks e-POWER เหมาะกับใคร?
Kicks e-POWER มีจุดเด่นสำหรับคนที่ชอบความรู้สึกในการขับแบบรถไฟฟ้า ต้องการแรงตอบสนองจากมอเตอร์ แต่ยังไม่ต้องการวางแผนเรื่องการชาร์จแบตเตอรี่ระหว่างเดินทาง
โดยเฉพาะคนที่ใช้รถในเมืองเป็นหลัก ระบบ e-POWER สามารถแสดงข้อดีด้านความประหยัดได้มากกว่าการขับทางไกลด้วยความเร็วสูงต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน พื้นที่ห้องโดยสารแบบ Compact SUV และตำแหน่งการนั่งที่สูงกว่ารถเก๋งทั่วไป ทำให้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับคนที่ต้องการรถใช้งานประจำวันและเดินทางต่างจังหวัดในคันเดียว
สรุป Nissan Kicks e-POWER กินน้ำมันไหม?
Nissan Kicks e-POWER ยังคงใช้น้ำมัน แต่ลักษณะการกินน้ำมันต่างจากรถเบนซินทั่วไป เพราะเครื่องยนต์ทำหน้าที่ผลิตไฟ ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นตัวขับเคลื่อนรถ
ถ้าใช้งานในเมือง ระบบนี้มีข้อได้เปรียบจากการชะลอและนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ จึงมีโอกาสทำอัตราสิ้นเปลืองได้ดี แต่เมื่อขับทางไกลด้วยความเร็วประมาณ 110 กม./ชม. ผลทดสอบของ Kicks หลายปีอยู่ในช่วงประมาณ 17–19 กม./ลิตร มากกว่าที่จะเห็นตัวเลขระดับ 25 กม./ลิตรตลอดเวลา
ดังนั้น สำหรับคนที่กำลังมองหา Nissan Kicks e-POWER มือสอง ไม่ควรดูเพียงตัวเลขความประหยัด แต่ควรเลือกคันที่มีประวัติการดูแลชัดเจน ตรวจสอบระบบ e-POWER แบตเตอรี่ เซอร์วิสแคมเปญ และทดลองขับจริงก่อนตัดสินใจ
หากกำลังมองหา Nissan Kicks e-POWER มือสอง สำหรับใช้งานในเมืองหรือเป็นรถครอบครัว สามารถเลือกดูรถที่ TR CARS และสอบถามรายละเอียดรถแต่ละคัน เพื่อเปรียบเทียบปี รุ่น เลขไมล์ ราคา และค่างวดให้เหมาะกับงบประมาณก่อนตัดสินใจ
TR CARS รถมือสอง มีรถยนต์ให้เลือกหลากหลายรุ่น พร้อมตรวจเช็กสภาพก่อนส่งมอบ เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการเลือกซื้อรถมือสอง
โชว์รูมมี 2 สาขาบนถนนเสรีไทย กรุงเทพฯ
- สาขาเสรีไทย ซอย 73
- สาขาเสรีไทย ซอย 46–48
เปิดบริการทุกวัน เวลา 08:30–17:30 น.
พร้อมให้คำปรึกษาเรื่องรถมือสอง โปรโมชั่น และไฟแนนซ์ รู้ผลไวภายใน 20 นาที
โทร. 089-443-3774
Line OA: https://lin.ee/6O97tb

